< สงสารลูกทุกครั้ง ที่โดนดูดเสมหะ ที่ไอจนตัวโยน ไอจนอ้วก จับนอนบนแขน เพื่อจะได้รู้ว่า เค้าไข้ขึ้นสูงมั้ย ติดตามเพิ่มเติมได้ที่เสื้อให้นม : http://www.momnistathailand.com/" />

RSV ภัยร้าย ที่มาเจอจนได้ ><

Posted by Cr. แม่รชล 17/08/2016 0 Comment(s)

 

RSV ภัยร้าย ที่มาเจอจนได้ ><
นอกจากความปลอดภัยของลูก สิ่งที่แม่กลัวที่สุดก็คือเรื่องความเจ็บป่วย ยิ่งตอนที่ไป รร. เหมือนกับห่างจากอกแม่ แม่ก็ไม่รู้ว่าจะปกป้องได้ยังไง "ป่วยมา ก็รักษา" คงทำได้แค่นี้ จนวันนี้ที่รชลติด RSV มา

เครียดเนอะ เวลาที่ลูกป่วย นี่อยู่ รพ มาจะ 5 วันแล้ว พยาบาลบอกว่า มีน้องอายุ 10 เดือน เป็น อยู่มา 9 วันแล้ว >< สงสารลูกทุกครั้ง ที่โดนดูดเสมหะ ที่ไอจนตัวโยน ไอจนอ้วก จับนอนบนแขน เพื่อจะได้รู้ว่า เค้าไข้ขึ้นสูงมั้ย

คุณหมอบอกว่า ไวรัสตัวนี้กำลังระบาด ติดได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ไอจามใส่กัน ซึ่งถ้า แม่หรือผู้ใหญ่ ได้ไปโดนมาติดเสื้อผ้า หรือมือ แล้วมาสัมผัสลูก ก็อาจจะทำให้ติดได้เหมือนกัน ยิ่งไป รร. ยิ่งลำบากมีโอกาสติดได้ง่าย

แม่ๆระวังไว้นะคะ ถ้าน้องๆไป รร. กลับมาให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างมือเค้าให้สะอาด บางคนที่เป็น เสมหะลงปอดเลยก็มี ของรชล ดีที่แม่ ไหวตัวไว รีบมาหาหมอ เพาะเชื้อเจอเลย t__t วันนี้ฟ้าเลยเอาข้อมูลเกี่ยวกับโรค RSV มาแปะไว้ ให้แม่ๆระวังกันนะคะ ถ้าเด็กๆ มีอาการแบบนี้ อย่านิ่งนอนใจนะคะ

RSV หรือชื่อเต็มๆ ว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นVirusที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในลูกเล็ก ไวรัสนี้สามารถทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้ มักเกิดพยาธิสภาพในส่วนของหลอดลมเล็ก (bronchiole) และถุงลม (alveoli) เป็นผลให้มีการสร้างสารคัดหลั่ง เช่น เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก และมีการหดตัวของหลอดลม และการบวมของเยื่อบุหลอดลมและทางเดินหายใจต่างๆ เป็นผลให้เด็กมีอาการหอบ เหนื่อย และหายใจลำบากได้อย่างฉับพลัน เชื้อนี้ติดต่อกันได้โดยการสัมผัส ใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ

ลักษณะอาการของโรคติดเชื้อVirus RSV บางอาการอาจคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ (ส่วนใหญ่ไข้ไม่สูงนัก) ไอ จาม แต่ก็มีหลายอาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและพึงสงสัยว่าลูกอาจได้รับเชื้อไวรัส RSV เช่น

หอบเหนื่อย
หายใจเร็ว หายใจแรง
หายใจครืดคราด
ตัวเขียว
มีเสียงหวีดในปอด (เกิดได้จากการที่เยื่อบุทางเดินหายใจ มีการบวมอักเสบและหลอดลมหดตัว)
มีเสมหะมาก
ไอโขลกๆ

มีการคลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคหัวใจ โรคปอด และหอบหืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจมีอาการทรุดลงอย่างฉับพลัน โดยอาจมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ หรืออาการหายใจล้มเหลว จนต้องนำเข้าหอพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) และอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอีกด้วย

ในตอนนี้ยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยเฉพาะ โดยปกติแล้วการรักษาจะเป็นไปตามอาการที่ป่วย เช่น ให้ยาแก้ไอละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม ยาลดไข้ หรือพ่นยา ซึ่งก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อย หายใจไม่ค่อยออก และเริ่มมีออกซิเจนในเลือดต่ำลง การรักษาจะเป็นในรูปแบบตามอาการ เช่น ให้สารน้ำทางหลอดเลือด ให้ยาพ่นขยายหลอดลม เคาะปอด ดูดเสมหะ รวมถึงให้O2 ส่วนในรายที่มีอาการหนักมากๆ อาจต้องใช้ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยให้การดูแลในห้องพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติจนกว่าอาการจะดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีอาการหนักมาก อาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยไวรัสชนิดอื่นๆได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ มัยโคพลาสมา หรือ เชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ร่วมกันด้วย ซึ่งแพทย์จะทำการพิจารณาให้การรักษาที่ครอบคลุมการติดเชื้อเหล่านี้ตามความเหมาะสม

สำหรับการป้องกันโรคนี้ นอกเหนือจากการ ล้างมือบ่อยๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกป่วยควรแยกให้เด็กออกจากห้องปกติเพื่อป้องกันการไอจามแพร่เชื้อให้กับคนอื่นที่อยู่รอบข้าง ถ้าลูกเริ่มเข้า nursery หรือไปโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกหยุดเรียนต่ำๆ 1-2 สัปดาห์จนกว่าจะหายเป็นปกติ อย่างไรก็ดี ในเด็กบางคนถึงแม้จะหายแล้วก็ยังอาจมีอาการไอต่อเนื่องไปเป็นเดือนได้

เรียบเรียงไว้โดย นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในเด็ก ศูนย์กุมารเวช บำรุงราษฎร์

(ขอบคุณข้อมูลจาก Bumrungrad )

 

 

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่

เสื้อให้นม : http://www.momnistathailand.com/

ชุดให้นม Fanpage : https://www.facebook.com/momnista/

ชุดคลุมท้องให้นม Line : http://line.me/ti/p/%40momnista

Leave a Comment